วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หมูไปไก่มา.. หมากินหมด

อยากถาม คุณท่านทั้งหลายว่า

คุณจะใช้คนแบบนี้ไหม

ถ้าคุณจะทำกับข้าวเลี้ยงแขกเหรื่อที่มางานสำคัญของคุณ   แต่รู้มาว่า พ่อครัวคนนี้ ชอบโกงพวกวัตถุดิบ โก่งราคา  เอาลูกน้องที่เกกมะเหรกเกเร มาช่วยบริการอาหารคนในงาน 

เอาไหม ?

ถ้าคุณจะสร้างบ้าน คุณเลือกช่างที่โกงค่าแรงคนงาน ทิ้งงานจนมีชื่อเสียง โกงนายจ้างจนเป็นนิสัย 

เอาไหม ?

ถ้าคุณจะส่งลูกไปเรียน คุณเลือกโรงเรียนที่มาตรฐานต่ำ  มีแต่เรื่องขอค่านั่น ค่านี่ตลอดเวลา ไม่เอาใจใส่ที่จะให้ลูกคุณมีความรู้  ไม่รู้จักคุณธรรม  เพื่อนนักเรียนก็มีแต่พวกที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจ 

เอาไหม ?

คน หรือ หน่วยงานที่มีปัญหา จนถูกจับได้  ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เค้าทำผิดนั้น มันเพิ่งทำ แล้วโดนจับได้ แต่มันทำมาเป็นนิจ จนเป็นเหมือนตรายางประจำตัวว่า คนๆนี้ หน่วยๆนี้ มันก็เป็นอย่างนี้

โกงจนมียี่ห้อ  

คุณจะเอาไหม จะใช้ไหม ?

คุณอาจจะคิดว่า ใครมันจะเอาไปใช้ คนเลวๆ อย่างนี้ 
ใครเอาไปก็บ้าแล้ว 

ไม่แน่นะ บางคนเค้าเลือกคนเค้าเลือก
เพราะจะเอาความเลวที่คนนั้นมีนั้นแหละ  
เพราะคนเลวก็มีจุดอ่อนทุกคน ยิ่งโจรห้าร้อย 
ก็ยิ่งกลัวผู้รักษากฏหมาย

แล้วยิ่งถ้าคนที่มีหน้าที่เลือก ก็เลวพอกัน 
จะสร้างทีมเลวๆ มา เพื่อทำงานเลวๆ 
อย่างนี้ไปตรงไหน ก็ซวยตรงนั้น

อย่างไร คนอย่างพวกเราก็ไม่เอาหรอก จะเอามาให้ เสื่อมไปด้วยกันทำไม

อย่า ...คุณอย่าเพิ่งคิดว่าคนอื่นเค้าไม่เอาเหมือนคุณ  
ก็..เพราะคุณเป็นคนดีมีศีลธรรมไง จึงไม่อยากไปยุ่งกับคนแบบนี้



คุณเชื่อไหม ว่าคนเช่นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคน เค้าไม่คิดอย่างคุณนะ

ไม่ได้กล่าวหานะจะบอกให้

หลักฐานชัดเจน 




ที่แต่งตำรวจนี่ ก็นายตำรวจท่านหนึ่ง ซึ่งช่วงนี้ขยันมาก รับงานใหญ่  เหนือใต้ออกตก คงเคยเห็นหน้าค่าตากัน ในภาพนี้ ก็กำลังไปชี้เขตกันกับ  " ผู้ชำนาญการในการดูแผนที่ " ท่านหนึ่งที่ชื่อว่า วิฑูรย์ ชลายนนาวิน  ชื่อนี้สำคัญไฉน


งั้นดูข่าวนี้นิดนึง
จาก เวปของเดลินิวส์

จากเวปของ มติชน

จากเวปของไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/338202

จากเวปของนักกฏหมายท่านหนึ่ง



สรุปเนื้อข่าว ให้สั้นๆ คือ 

กระทรวงทรัพยากรฯลงดาบเชือด “วิฑูรย์ ชลายนนาวิน” รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ โทษหนักถึงไล่ออก เหตุทำให้ราชการเสียหายจากการแปรภาพถ่ายเอื้อประโยชน์เอกชน ออกโฉนดที่ดินหาดฟรีดอมบีช จ.ภูเก็ต และหาดเจ้าไหม จ.ตรัง

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/338202


ข้าราชการแต่ละท่านกว่าจะไต่เต้าไปจนถึงตำแหน่งรองอธิบดี ไม่ใช่จะง่ายๆ และได้กันทุกคน 
ยิ่งไปถึงแล้ว โดนโทษทางวินัยร้ายแรง หนักถึงขั้นไล่ออก นี่ยิ่งมีน้อยกว่าน้อย

แม้ว่าขณะนี้กำลังมีการอุทธรณ์ อะไรกันอยู่ แต่ว่าเรื่องที่ศาลชั้นต้นพิจารณาไปแล้วนั้น ก็ต้องเป็นสิ่งที่เหมือนตราประจำตัว

แล้วคนอย่างนี้ที่ นายตำรวจท่านนั้นเอามาใช้ อ่านแผนที่เพื่อเอาผิดกับวัดพระธรรมกาย

ถามว่าไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ ที่ซื่อสัตย์ เที่ยงตรง กว่านี้น่ะ มีไหม
ที่จริงประเทศนี้ ก็มีหลายคนนะ แม้ไม่มากก็ตาม แต่ที่เหลือนั้นไม่มีประวัติเสียหาย ด่างพร้อยเลย มีคนนี้คนเดียวเลย ที่มีปัญหา

สมมตินะว่า  ตอนนี้กำลังอุทธรณ์กันอยู่เนี่ยแหละ  นายตำรวจท่านนี้ก็บอกว่า เอาล่ะ คุณชี้ดีๆ นะ .. เอาแบบที่ผมทำงานต่อได้นะ..นิดดดนึง..นั่นแหละ 


แล้วอีกไม่กี่วัน อุทธรณ์แล้ว เรื่องราวมันกลับตาลปัตร เปลี่ยนคำพิพากษาศาลชั้นต้น อะไรอย่างนั้นน่ะ นี่สมมตินะ 

ก็เข้าใจกัน วิน วิน ทุกฝ่าย เว้นวัดพระธรรมกาย.. 

อย่างนี้หรือเปล่านะ.. 
ขออย่าให้ธรณีพิโรธ หวั่นไหว อีก 
ขออย่าให้ธรณีแยกสูบใครลงไป
ขออย่าให้ รถราเครื่องบิน ประสบภัยอะไรเลย 

ขอทุกคนจงปลอดภัย มีความสุข  
ทำดีนะ... แล้วจะดี
มงคลที่หนึ่ง  อย่าคบคนพาล นะนายตำรวจ 
ถ้าพวกพาลคบพาล ก็คงคิดวางแผนทำอะไรกัน
แต่ที่สุดก็ตกลงกันไม่ค่อยจะลงตัว
ก็มักจะมี คดีประมาณ สำนึกผิดในห้องขัง ขอลาไปก่อน

ก็เป็นอย่างนี้ซินะ...


อยู่กันมาจนแก่กันแล้ว ทนๆ อีกนิด ก็ไปอย่างมีสง่าราศี พกคุณความดีไปด้วย  อย่าต้องให้ ตับแตก แขวนไว้ตามข้างฝา ในห้องขังที่ได้รับการดูแลจากตำรวจทั้งกรมกอง เลย...

วิ.31 สค 59





วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ลา หนอน กิ้งก่า

เรื่อง ลา หนอน กิ้งก่า


Aesop อีสป ยอดนักเล่านิทานชาวกรีก
มีชีวิต เมื่อ 2580 ปีที่แล้ว


นิทานอีสป เมื่อก่อนจำได้ว่าตอนเด็กๆ นั้น
ได้อ่านหลายเรื่อง  บางเรื่องก็นำมาเป็นพื้นฐาน
ในการคิด เปรียบเทียบคน 

เช่น เด็กเลี้ยงแกะ  ชอบโกหก 
จนไม่มีใครรู้ว่าพูดเล่นพูดจริง 
ที่สุดก็เกิดภัยกับตนเอง

ลูกแกะกับหมาป่า  หมาจ้องจะกินแกะ 
แกะอยู่ปลายน้ำ ก็หาว่าทำน้ำขุ่น 
หาข้อหาแบบรับไม่ได้มาให้ ไม่เนียน  

ตั๊กแตน เที่ยวเล่นในฤดูร้อน 
ไม่ยอมตุนอาหาร ไว้ใช้ในหน้าหนาว 
ถึงหน้าหนาว ก็อดตาย

เรื่องเหล่านี้ตอนเด็ก ก็อ่านไปคิดไป 
คิดว่าพวกสัตว์ต่างๆ ที่เค้ายกมานั้น 
คงเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ 
กว่ากาลเวลาจะหล่อหลอมให้รู้ว่า 
นี่คือนิสัยของคน ที่หน้าเป็นคนแต่ใจเป็นสัตว์ 
ตามตัวละครที่อีสป เขียนไว้ ก็หลายปีอยู่

คิดไปคิดมา ยุค พ.ศ.นี้ 2559 ถ้าอีสปยังอยู่ 
คงมีเรื่องเอาไปเขียนอีกเยอะเลย  
วันนี้ลองสวมบทอีสป เขียนสักเรื่องแล้วกัน


เรื่อง ลา หนอน กิ้งก่า



ลา มีชื่อเสียงทางด้านความอดทน 
แต่ก็มีข้อบกพร่องคือ การไม่ค่อยคิดอะไรให้รอบคอบ 
บรรพบุรุษลาที่อยู่ในสมัยอีสป 
แม้จะบรรทุกของมากมาย 
แต่ ก็มักจะเสียหายในตอนท้าย 

เช่น ลากับพ่อค้าเกลือ ลาตัวนั้นเอาเกลือไปละลายน้ำ 
หลายรอบ เพราะทำให้น้ำหนักเบาลง 
โดนพ่อค้าดัดหลังโดยให้บรรทุกฟองน้ำ 
เมื่อใช้วิธีเดิม คือล้มลงไปในน้ำ
เพื่อให้ของละลาย กลับได้น้ำหนักเพิ่มมาแทน   

ลา สมัยนี้เป็นอย่างไง  
ลาสมัยนี้ แม้ว่าจะไม่ได้บรรทุกอะไรแล้ว 
แต่ก็ไม่ค่อยคิดอะไรเหมือนเดิม 
ขอให้เจ้านายใช้งาน 
เป็นกระดิกหาง เดินไปหา 

ไม่คิดว่าที่ให้ไปทำมัน 
มีผลดีกับส่วนรวมอะไรไหม 
ทำทุกอย่างขอให้สั่งมา 

อย่างที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า ทำโง่โง่อย่างกะลา  
เพราะลาพอเชื่อใจนายแล้ว 
มันจะยอมให้เค้าเอาเปรียบมันทุกอย่าง 



หนอน  ในนิทานอีสป เรื่องหนอนหนีเที่ยว 
เป็นเรื่องราวของหนอน ที่ชอบหนีพ่อแม่ออกไปเที่ยว 
ถึงแม้ว่า พ่อแม่จะว่ากล่าวตักเตือน 
แต่หนอนก็ไม่ยอมเชื่อฟัง 

วันหนึ่งหนีเที่ยวและมาเจอนกกระยาง
กำลังเดินหาอาหารอยู่ ด้วยความตกใจ
จึงรีบหาที่หลบซ่อน ขึ้นไปหลบภัยบนต้นชาเขียว
นกกระยางมองซ้ายมองขวา ไม่เห็น จึงเดินไปหาอาหารที่อื่น

ส่วนหนอนพ้นภัย เห็นใบชาเขียวอ่อนน่ากิน 
ด้วยความไร้ปัญญาจึงกินใบชาเขียวจนหมดต้น 
ชาเขียวไร้ใบหนอนเลยหล่นลงมาอยู่โคนต้นชาเขียว 

เกือบโดนนกกระยาง ที่เดินย้อนกลับมากิน 
ดีที่พ่อหนอนได้ช่วยไว้ทัน

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ควรเชื่อฟังผู้ใหญ่ที่คอยสอน
และอย่าระรานผู้มีพระคุณที่ให้ร่มเงา มันจะเดือดร้อน

หนอน สมัยนี้กลับเทียบกับ พวกที่กินในเอาใจออกนอก 
ทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ ทำเรื่องยุแยงตะแคงรั่ว 
ทำให้แตกแยก  จะแตกระดับครอบครัว หมู่บ้าน 
หรือประเทศก็ได้ แต่คงเป็นหนอนคนละเกรด  

หนอนบางตัวก็ทำลายวัดวาอาราม ตามใบสั่ง 
อันนี้คงเป็นหนอนชนะการประกวดพันธุ์เลวได้ที่  
สรุปได้ตรงกันสมัยนั้นสมัยนี้คือ 
ทำตัวระรานผู้มีพระคุณ จนตัวเองเดือดร้อน



กิ้งก่า  ในนิทานอีสป เป็นเรื่องของกิ้งก่าที่เจอดาบตกอยู่ 
ก็นำไปโอ้อวดเพื่อนสัตว์ทั้งหลาย 
สัตว์ทั้งหลายเห็นดาบนั้น ก็ยกย่องให้
กิ่งก่าเป็นพระราชา 

วันหนึ่ง ช้างมาพบ ถามกิ้งก่าว่า
เจ้ารู้วิธีใช้ดาบไหม  กิ้งก่าถึงกับตอบไม่ถูก
เพราะตัวเองก็ไม่รู้ กิ่งก่านั้นจึงถูกช้างเหยียบตาย

นี่เค้าเปรียบเทียบว่า มีอำนาจแล้วไม่รู้จักการใช้อำนาจ  
เอาอำนาจไปใช้ทางที่ชั่ว 
อำนาจนั้นเองก็จะหันกลับมาทำลายตน

กิ้งก่าไทย ก็มีชื่อเสียง ที่ไม่ค่อยจะดีเหมือนกัน 
เพราะอาการที่ชอบผงกหัวของมัน 

ในนิทานชาดกเรื่องมโหสถ กิ้งก่าผงกรอบแรก 
ได้ยศ จากพระราชา ที่อารมณ์ดี  
ให้รางวัลมีเนื้อให้กินทุกวัน 

มีอยู่วันหนึ่งเนื้อไม่มีขาย 
คนดูแลเลยเอาเหรียญเจาะรู 
เท่าราคาเนื้อไปแขวนคอกิ้งก่า   
พอมีทรัพย์แค่นั้น ก็เย่อหยิ่งไม่ผงกหัวให้พระราชาอีก  
แล้วภายหลังก็เสื่อมจากลาภ
เพราะความหยิ่งที่เกิดจากการมีทรัพย์นั้นนั่นเอง 

แต่เรื่องนี้คิดๆ ดู จะเพราะเหรียญถ่วงคอเอาไว้
จนผงกไม่ไหวหรือไม่ก็ไม่ทราบ 

รวมความแล้ว กิ้งก่าก็มีชื่อเสียงของความเย่อหยิ่ง
 มีอำนาจไม่รู้จักใช้  หลงตนหลงตัวเอง 

ดังนั้น สัตว์สามชนิดนี้ คงพอให้แนวคิดอะไรได้บ้าง 


Donkey  Snail      Iguana   
ลา          หนอน       กิ้งก่า  

ถ้าทั้งสามสัตว์นี้ ถูกบรรจุลงในตัวหรือหน่วยงานไหน
ที่เดียวเลย ทั้งโง่เง่า ไม่เคยเชื่อฟังใครสอน 
ทำลายทำร้ายพวกเดียวกัน 
เหย่อหยิ่งจองหอง 
เห็นแก่ทรัพย์เพียงน้อยนิด 
ก็ลืมผู้มีพระคุณได้หมด 

เจออย่างนี้ เผ่นดีกว่า... 

วิ.28 สิงหา 59

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

โปลิส..เค้าไม่ได้เอาไปนะ..เตง

เดี๋ยวนี้ หน่วยงาน DSI รู้สึกว่าจะศรัทธาพระวัดพระธรรมกาย เป็นพิเศษ 

นิมนต์ไปแทบทุกวัน นอกจากจะพยายามนิมนต์หลวงพ่อ แล้ว ยังนิมนต์ลูกวัดไปอีกหลายรูป

นิมนต์น้อยนะ ทีละองค์น่ะ 
พระไปองค์เดียวนี่รู้ไหมว่าสวดลำบาก 
คราวหน้าก็นิมนต์ไปให้ครบองค์สงฆ์ 4รูป นะ 
จะได้สวดกันสบายๆหน่อย

เห็นว่ามีคำถามยอดฮิต 
เป็นชุดคำถาม อยู่เรื่องนึงว่า 
วัดที่ต่างประเทศ 
โดยเฉพาะวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล 
ที่เค้าบอกว่าเวอร์วัง 
หรูหราระดับพระราชวังบักกิงแฮม  
ต้องมีสักเท่าไหร่ ถึงจะซื้อมาได้

คงไม่ต่ำกว่า พันล้านบาท ก็ราวๆ 21ล้านปอนด์  
ข้อมูลจากน้องมะนาว 
พูดหน้าตาเฉยแบบมั่วได้ไร้หิริโอตัปปะ 

ในฐานะที่อยู่แถวนั้น เลยเอาข้อมูล
ของวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล
มาให้ดูให้ชัดไปเลย 


พี่โปลิส ได้ยินแล้ว ไปนั่งคิดคำนวณ​ 
บวกลบคูณหารเป็นการใหญ่ 
นึกว่าเงินจากไทยไหลมาอังกฤษ...

โธ่..คุณตำรวจ.

ต่อจากนี้ไปจะพาพวกคุณๆ ไปอังกฤษก็แล้วกัน 
ฝนตกพรำๆ  หยิมๆ เป็นปกติ  
ลมแรง อากาศเย็นบาดผิว อืม... เข้าเรื่องเลย


เงินที่อังกฤษใช้เงินสกุลปอนด์  ตกราวๆ 45บาทต่อ 1ปอนด์
ข้าวมื้อนึง ก็ต้องมี 7-10 ปอนด์  อันนี้อย่างดีๆ หน่อย 
ถ้าแบบจานด่วน ร้านแมคโดนัลด์ 3-5 ปอนด์ ก็อิ่มได้
รถยนต์ ใหม่ๆ เริ่มต้นที่ 22,000 ปอนด์ 
ถ้ารถยนต์มือสอง ก็ มีสัก 1,000  ปอนด์ 
ก็น่าจะหารถญี่ปุ่นสภาพสิบปี มาใช้ได้

คนที่อยู่นานๆ เค้าก็ไม่มีใครคูณหรอกนะ 
เดือนนึงมีรายได้ สามสี่พัน ก็อยู่สบายๆ แล้ว 
ผ่อนรถยนต์ ค่าเช่าบ้าน น้ำไฟ  กิน 
สิ้นเดือนก็ยังพอมีเหลือ อยู่

อันนี้พอให้เห็นคิดตามทัน


 ...​อืมมเรื่องอื่นยกไว้แล้วกันเดี๋ยวยาว เอาเรื่องของเราเลย

คุณว่า ราคาบ้านหลังหนึ่งที่อังกฤษนี่ 
ประเภทบ้านนอกๆๆ นี่มันหลังละสักเท่าไหร่  

กลางกรุงลอนดอน ถ้าเป็น ห้องๆเดี่ยว 
บนตึกอะไรสักหลัง ก็ต้องมีสัก1.5ล้านปอนด์ เริ่มต้น

ถ้าอยู่บนพื้นดินห้องเล็กๆ กลางกรุงคงต้องเริ่มต้นที่ 2-5 ล้าน  

แต่ถ้าออกมาเมืองทางเหนือ อย่างนิวคาสเซิล    
บ้านที่เป็นห้องแถว หลังคา ข้างฝา 
ใช้ร่วมกันบ้านข้าง ๆ ก็ตกบ้านราวๆ แสนต้นๆ  

แล้ว. .
แล้ว..

แล้วอาคารอย่างวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล จะราคาสักเท่าไหร่ 




วัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล มีอาคารสองหลัง 
เป็นโบสถ์หนึ่งหลัง 
และเป็นสำนักงาน ที่พัก ครัว รวมอยู่ในอาคารอีกหลัง

ดูเลิศหรู วังเวอร์ขนาดนี้ แล้วมันเท่าไหร่ๆๆๆ  พี่โปลิส ใจเย็นๆ นะ


เรื่องนี้ต้องมีอ้างอิง
http://www.rightmove.co.uk/commercial-property-for-sale/property-36921031.html;jsessionid=B72D973AD6DFF34E5CF8543B17994578#_full-description/svr/1716






ตอนที่ซื้อโบสถ์หลังนี้ ราคาที่เค้าบอกมาเริ่มต้น ในการประมูล 
ที่ 99,950 หลังนี้ไม่มีใครมาแข่งประมูลกับทางวัด 

ก็เลยซื้อได้ในราคา 102,974 ปอนด์ 
(หนึ่งแสนสองพันเก้าร้อยเจ็ดสิบสี่ ปอนด์)  

ถูกกว่าซื้อบ้านแถวนั้นอีกนะครับ





เอกสารการจ่ายเงินซื้อโบสถ์

อาคารหลังที่สอง ที่เป็นสำนักงาน ห้องพัก ครัว หอฉัน 
เดิมทางอำเภอที่นั่น ใช้เป็นอาคารสำนักงานของอำเภอ
มาระยะหนึ่ง ต่อมาย้ายออกไป 
ก็เลยขายแยกจากโบสถ์ 

ราคาเริ่มต้น 150,000 ปอนด์

แต่ทางวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล กว่าจะซื้อได้ 
ยอดสูงขึ้นไปอีกนิด 257,877 ปอนด์  
(สองแสนห้าหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยเจ็ดสิบเจ็ด ปอนด์)





กดเครื่องคิดเลข รวมทั้งสองหลังแล้ว 

ราคา 360,851ปอนด์ 

ถ้าจะคูณเป็นบาท ก็ลองดูแล้วกัน 
แต่ห่างไกลจากมะนาวพันล้าน ลิบลับ จะ
อยู่ราวๆ สิบหกนิดๆ(16,466,479 บาท)

ราคาสามแสนนี้ ถ้าซื้อบ้านเต็มๆ สักหลังยังไม่ได้เลย 
ได้อย่างมากก็แค่ บ้านที่เค้าเรียกว่า  Detached House

Detached House



บ้านแบบ Detached House นี้ ที่เห็นในภาพ เป็นสองบ้าน  แต่ใช้หลังคาร่วมกัน มีข้างฝาตรงกลางร่วมกัน ราคาราวๆ สองแสนปลายๆ ถึงสามแสนต้นๆ แล้วแต่ ย่านที่อยู่ อันนี้หมายเอานอกเมืองนะ

อย่าไปคูณเงินไทยเลย เงินที่นั่นก็เป็นแบบนี้ ว่า  สองสามแสน เค้าก็กู้ธนาคารเอา ผ่อนกันสิบปี สิบห้าปี ก็ได้บ้านแบบนี้สักหลัง  

พอได้แล้ว คราวนี้ก็อยู่กันสองสามปี ขายไปทีได้กำไรมาสักห้าหกหมื่น  ก็ไปซื้อหลังใหม่ที่สภาพโทรมๆ หน่อย แล้วก็ซ่อมให้สวยๆ อยู่ไปสองสามปี ก็ขาย ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอบ้านที่ถูกใจ แบบนี้ก็มี 

ดังนั้น พี่โปลิส วัดพระธรรมกายนิวคาสเซิลไม่ได้แพงอย่างที่เค้าพูดนะ ก็ราคาถูกกว่าบ้านหลังหนึ่งซะอีก
เงินที่ซื้อนั่น ก็มีที่มาที่ไป ไม่ได้ขนจากเมืองไทยไปแน่นอน เอาญาติโยมที่นั่นแหละ ช่วยกันแทบตายกว่าจะได้ 

ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ ก็ต้องบินไปดูนะ 
ส่วนที่เค้าทำตบแต่งภายใน เลิศหรูนั้น  
ที่จริงมันก็ ธรรมด๊า ธรรมดามากเลย  
เอาไม้มาแปะ เอาปูนมาโป๊ะ  ถากไปถูมา 
ก็พระท่านก็ทำกันเอาเอง 

มีตังค์ก็ไปซื้อของมาทำ  
หมดตังค์ก็ไปกิจนิมนต์ 

ก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่เสร็จสักที  
แต่ถ้าให้ดีกว่านี้ คุณโปลิส 
จัดกองผ้าป่า แทนหมายเรียก 
ไปถวายร่วมสร้างวัด จะดีมิใช่น้อย

วิ.26 สค 59

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมื่อก่อน - เดี๋ยวนี้



เมื่อก่อนนี้

เมื่อก่อนนี้ฉันเคยเห็นสายน้ำในลำคลองใสพอที่จะตักมาต้มดื่มได้ โดยไม่รู้สึกอะไร

เมื่อก่อนนี้พอตกเย็น อากาศก็เย็นสบาย มีคำที่พูดติดปากว่า แดดร่มลมตก ก็นัดทำกิจกรรมอะไรๆ กัน ระหว่างเพื่อนฝูง พี่น้อง

เมื่อก่อนนี้ ตอนฉันมาวัดใหม่ๆ หลวงพ่อยังหนุ่มๆ ยังแข็งแรง ได้มานั่งสมาธิทุกเช้าวันอาทิตย์ โดยมีหลวงพ่อสอน  บ่ายก็มีหลวงพ่ออีกองค์สอน

เมื่อก่อนนี้ ตอนฉันรู้สึกว่าวัดเป็นส่วนหนึ่งกับชีวิตฉัน เป็นเหมือนที่พักผ่อน กาย ใจ เป็นที่เพิ่มพลังใจ เป็นทุกสิ่ง ฉันก็เริ่มเห็นหลวงพ่อ ป่วย ไอบ่อยขึ้น  แล้วท่านก็สอนสมาธิเฉพาะอาทิตย์ต้นเดือน ฉันรอคอยวันต้นเดือนที่จะได้เห็นท่าน

เมื่อก่อนนี้ ฉันเริ่มได้ยินเสียงท่านผ่านระบบโทรศัพท์ ญาติฉันที่อยู่ต่างประเทศก็บอกเหมือนกันว่า หลวงพ่อส่งเสียงไปสอนสมาธิที่โน่น สดสด นะ  ฉันก็ทราบว่า ท่านส่งไปหลายประเทศพร้อมๆกัน

เมื่อก่อนนี้ ตอนที่อินเตอร์เนท เป็น 56K มีเพิ่มเป็น 128K ฉันก็ไม่ต้องทนฟังเสียงที่บีบๆ อู้ๆ ของระบบโทรศัพท์ แต่หันมาใช้เสียงผ่านระบบอินเตอร์เนทแทน
เสียงหลวงพ่อพูดเหมือนอยู่ใกล้ๆ คมชัด เหมือนท่านอยู่ใกล้ๆ เราเสมอ

เมื่อก่อนนี้ ฉันเฝ้าดูหลวงพ่อผ่านจอทุกวัน เพราะฉันต้องเดินทางไปอยู่อาศัย ในต่างประเทศ แต่ฉันไม่เหงา ไม่เศร้า ไม่คิดถึงอะไร เพราะฉันได้เห็นได้ยิน ได้ฟัง หลวงพ่อทุกวัน

เมื่อก่อนนี้ จากที่ฉันไม่มีความรู้เรื่อง ภพภูมิ กรรมดี กรรมชั่ว เมื่อมาเป็นเด็กโรงเรียนอนุบาลฝันในฝัน ฉันก็เริ่มรู้ เข้าใจ ฉันเห็นหลวงพ่อท่านสอนเรื่องยากๆ เข้าใจยาก ให้ง่ายมากๆ

เมื่อก่อนนี้ฉันจะจดจ่อกับเสียงที่พิธีกรประกาศว่า ใครมาเป็นประธานสงฆ์
เมื่อก่อนนี้ฉันรู้สึกอบอุ่นแค่เพียงเห็นหลวงพ่อนั่งที่โต๊ะประจำตัวนั้น แม้จะห่างไกลหลายพันกิโล

เมื่อก่อนนี้... ฉันไม่เห็นพี่น้องนักสร้างบารมี เป็นอย่างนี้

ไม่เคยเห็นขาดรอยยิ้มบนใบหน้า
ไม่เคยเห็นแววตาขาดสดใส
ไม่เคยเห็นท่านทั้งหลายทอดถอนใจ
ไม่เคยเห็นเรื่องใดใหญ่เกินแรง


เดี๋ยวนี้

มาวันนี้ฉันกลับไม่เห็นหลวงพ่อ ผ่านจอดีเอ็มซี
มาวันนี้ฉันไม่ได้ยินหลวงพ่อ ผ่านอินเตอร์เนท
มาวันนี้ฉันไม่ได้ยินเสียงหลวงพ่อ ผ่านโทรศัพท์
มาวันนี้ฉันไม่เห็นหลวงพ่อในวันอาทิตย์ไหนสักอาทิตย์
มาวันนี้ฉันเห็นหลวงพี่เอาของไปช่วยทหารภาคใต้มันเจ็บลึกๆ

มาวันนี้ฉันเห็นคนเดินพลุกพล่านเต็มวัด แต่กลับแห้งเหี่ยวในใจ

มาวันนี้บางคราวรู้สึกเหมือนจมน้ำหายใจไม่ออก มันอึดอัด เหมือนโดนบีบจากรอบทิศ

มาวันนี้ฉันไม่อยากจะลืมตาตื่นมาพบความเป็นจริง เหนื่อยและหน่าย


เวลาหมดกำลังใจ


ฉันคิดถึงหลวงพ่อ

คิดถึงไหม..?

วิ.16 สค 59


วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

คนแก่เล่าเรื่องเก่า


"หลวงปู่ครับ...  
วัดเราเดี๋ยวนี้ มีแทบทุกเมืองใหญ่ๆ ในโลกนี้  ปีนี้พวกพี่ๆ เจ้าอาวาสกลับมาประชุมกัน มาอวยพรวันเกิดหลวงปู่กัน  หลวงปู่รู้สึกอย่างไงครับ" พระหนุ่ม ที่คอยดูแลอุปัฏฐากหลวงปู่ผู้เฒ่าถามอย่างอยากรู้

พระผู้เฒ่า ผู้มีผิวกายยังผ่องใส แม้จะเหี่ยวย่นไปตามวัย  นัยน์ตาแม้ฝ้าฟาง แต่ก็ฉายแววมีความสุข สายตาท่านที่มองทอดออกไป ดูไม่ออกว่าท่านกำลังมองไปที่ไหน  หรือว่ากำลังมองย้อนกลับไปในห้วงความทรงจำ..


แม้ว่าเรื่องราวปัจจุบันท่านจะ หลงๆ ลืมๆ คิดได้ช้า ตามไม่ทัน แต่ทุกครั้งที่ พระอุปัฏฐาก ได้ถามถึงเรื่องในอดีต ภาพเก่าๆ ในความทรงจำมันยังชัดติดตา เหมือนดั่งเพิ่งเกิดขึ้น 

ท่านชอบที่จะเล่าเรื่องเมื่อห้าสิบปีก่อน ตอนที่วัดเรามีพระแค่สามพันรูป  มีเจ้าหน้าที่แค่สองพัน  ญาติโยมที่ไปๆ มาๆ ตกราวไม่กี่หมื่น  

เรื่องที่ท่านจะปีติเป็นพิเศษคือเรื่องที่สมัยที่ ท่านยังแข็งแรง อายุยังแค่สี่สิบปลายๆ  จำได้ว่าปีนั้น ราวปี  59-60 พระรุ่นพี่พระรุ่นน้อง กลับมาจากทั้งในประเทศ ต่างประเทศอยู่พร้อมหน้ากันครบถ้วน เพราะเป็นปีพิเศษ 

ปีนั้นการเมืองในประเทศก็ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ เป็นอีกระบบนึง  ถ้าคนอายุ ไม่ถึงสี่สิบ คงนึกไม่ออกว่ามันเป็นไปได้อย่างไง มันวุ่นวายไปหมด คนแตกแยกทางความคิด การบ้าน การวัด  แยกกัน ทุกคนมีสีเฉพาะตัว 

ไม่เหมือนสมัยนี้ รัฐ บ้าน วัด ไปด้วยกันได้ ช่วยเหลือดูแลสังคม มีอะไร ก็มาปรึกษาคณะสงฆ์  หาทางออกด้วยศีล ด้วยธรรม รู้จักความประนีประนอม ที่สูงที่ต่ำ 

แต่ปีนั้น มีถึงขนาดยัดเยียดข้อหาให้กับ เจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ของหลวงปู่ท่าน  พวกตำรวจพิเศษ เค้าบอกว่า มีข้อหาฟอกเงิน จากการที่ เจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ท่านรับบริจาค  เคยเห็นภาพที่คลังภาพ เป็นภาพเคลื่อนไหว คนมาทีมืดฟ้ามัวดิน แย่งกันเอาซองขาวๆ เล็กๆ ไปวางบนโต๊ะ ห่างท่านเป็นสิบเมตร  รับแบบนี้จะไปรู้ได้ไง ว่าใครเป็นใคร   ตำรวจพิเศษก็คิดไปได้

เรื่องราวมันก็ผ่านกันไปแล้ว ร้ายกลายเป็นดี หลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่า

เจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ ท่านทุ่มเทให้กับการพระศาสนาขนาดไหน  ทุกวันท่านจะกวดขันพระ เณรในวัด อุบาสก อุบาสิกา พูดไปพูดมา ก็มาเรื่องชวนไปปราบมาร ไปนิพพาน ไปนั่งสมาธิ เท่านั้น เรื่องอื่นไม่เอา 

ท่านมักจะดีใจที่มีใครที่ออกไปสร้างวัดแล้วกลับมาเล่าให้ฟังว่า ไปสอนสมาธิชาวต่างชาติ แล้วเค้าเห็นองค์พระภายใน มีประสบการณ์ต่างๆ วันนั้นท่านจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ  

ตลอดชีวิตหลวงปู่ ก็เห็น เจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ท่าน มีแต่ช่วยเหลือ คนอื่น ยามประสบภัย ยามทุกข์ของประชาชน ท่านจะคิดถึงทั้งพระทั้งโยม ต้องช่วยกัน  จัดกิจกรรมเพื่อให้คนกลับมามีกำลังใจ แม้จะมีค่าใช้จ่าย เป็นสิบล้าน ยี่สิบล้าน ท่านก็ไม่เคยพูดบ่นสักคำ 
มีแต่ถามว่า 
คนเค้าดีไหม 
เค้าปีติไหม 
เค้าได้บุญมากไหม


หลวงปู่ท่านเล่าว่า ปีนั้นจำได้แม่นยำไม่ลืม เพราะมันเกิดวิกฤต  พวกเราพระใหม่ๆ ฟังแล้วก็นึกไม่ออก คนอะไรมันจะเลวได้ใจขนาดนั้น 

ท่านว่า มีคนๆนึง ที่เดี๋ยวนี้เป็นตำนานแทนคำพูด ที่ใช้กันติดปากพูดถึงคนที่ เนรคุณ อกตัญญู  ว่า "เอ็งนี่มันมะนาวมาก"  นั้นแหละ 
นายมะนาวหัวกลมๆ เป็นช่วงที่เจ้าตัวมะนาวเองคิดว่า  ถึงยุครุ่งเรืองที่สุดแต่ที่ไหนได้  ยอมตนไปให้เค้าใช้ มาฆ่าอาจารย์ตัวเอง ใส่ร้ายใส่ความ อย่างไงก็เอาหมด 
ภายหลังถึงได้รู้ว่าที่ทำอย่างยอมตายขนาดนั้น เพราะมีผลประโยชน์อย่างเดียว 
แม้ตัวเลขที่ดูสูงลิบลิ่ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ใช้ เพราะความที่รู้ความลับของเค้ามากเกินไป ที่สุดเมื่อเค้าไม่อยากเสี่ยงต่อ ก็ต้องทำให้เป็นมะนาวแห้ง  เอาใส่กล่องฝังดิน 


ยังมีอีกสองสามคนที่ร่วมขบวน อยู่ต่อมาไม่กี่ปี ก็แย่งกันไปหาพระเทวทัตกันหมด ไม่ตายดีสักคน

ตอนนั้นนะ คนมาวัดไม่ได้มาเดินเล่นๆ มานั่งหลับตา มาหลบแดด มาเที่ยวเก็บภาพ จารึกเป็นประวัติศาสตร์ชีวิต เหมือนตอนนี้

แต่มาเพราะต้องการมารักษาพระศาสนา มาปกป้องเจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ เหตุการณ์มันวิกฤตมาก ใจคอไม่ดีกันทั้งนั้น  พวกตำรวจพิเศษก็ส่งข่าวมาเรื่อยๆ ว่า จะบุกจับ จะบุกจับ จะบุกจับ  


ตรงที่เป็นศาลาสภาฯนี่น่ะ นอนกันเต็มไปหมด มาจากเหนือใต้ออกตก ขนาดตำรวจไปทำเรื่องออกหมายมาจับ เป็นคดี เป็นความ ขู่ก็แล้ว จับจริงก็แล้ว

คนที่รักเจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ ก็ไม่หนีไปไหนสักคน ยิ่งจับยิ่งมี ยิ่งมียิ่งมา  

แล้ววันหนึ่ง ฝนฟ้าวันนั้นมันแปลกๆ ทึมๆ เศร้าๆ อย่างไงไม่รู้ จู่ๆ เค้าก็ยกกำลังกันมา มืดไปหมด คนวัดเราก็ใส่แต่ชุดขาว พวกตำรวจเจ้าหน้าที่ ก็มีเขียวๆ ดำๆ เต็มพรืดไปหมด 


หลวงปู่ท่านว่าใจแต่ละคนไม่รู้คิดอย่างไง 
แต่ไม่มีใครลุกหนีไปไหนนั่งกันแน่น 
ตำรวจขอเข้าไปข้างใน 
แต่คนวัดเราไม่ยอม แม้ว่าจะมีตัวอย่าง
ที่ตำรวจออกหมายมาจับ ก่อนหน้านั้น
ทุกคนคล้องแขน ประสานกันเป็นหนึ่ง
เหตุการณ์ระทึกขวัญ 
ไม่ยอมให้ใคร
เดินผ่านไปได้ 
ปิดหนทางไปหมด  
มองไปทางไหน ก็มีแต่คน 
ตำรวจก็พยายามผลักๆ ดันๆ 

แถวหน้าก็ไม่ยอม
ยันไว้ที่แนวประตู
 ไม่ยอมให้เข้ามา
แม้เพียงสักก้าวเดียว
 แถวหลังก็สวดมนต์กันเสียงสนั่น 

มันตื่นเต้นแบบระทึกขวัญนะ 
ไม่มีใครรู้ว่า 
จะมีใคร จะเป็น จะตาย อย่างไง 
แต่ก็ไม่หนี แล้วก็ไม่สู้ 
แค่ไม่ไปไหน นั่งกันเต็มไปหมด 
มือคล้องมือ ใจคล้องใจ 
ตายเป็นตาย ! 
ตายพร้อมกัน !



เจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ ท่านป่วยมากแล้วตอนนั้น แต่ท่านก็ยังเป็นห่วงถามมาจากเตียงเรื่อยๆ ว่า มีใครเป็นอะไรไหม อย่าให้มีใครเป็นอะไรนะ ถ้าเค้าจะมาเอาท่านไป ก็มาเอาไป คนอื่นอย่าเป็นอะไร 

แต่ยุคนั้นคนที่มาวัดเรา ใจแนบแน่นกับเจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ รักท่านมากๆ  ไม่มีใครยอม ถ้าท่านเดินไปเองได้ ก็คงแหวกออกไปแล้ว 



หลวงปู่ท่านก็อยู่ในกลุ่มนั่นแหละ ท่านว่า 
ถ้าผ่านคนมาได้ พระที่นั่นก็คงยอมตายกันไป 
คงอยู่มาไม่ถึงวันนี้ พระก็มาเพิ่มเรื่อยๆ ไม่ใช่พระวัดนี้วัดเดียว มาจากไหนไม่รู้ เหลืองอร่ามไปหมด

คนก็แน่น พระก็แน่น ถ้าจะผ่านไป ก็คงต้องจับเหมือนปูมัดแขนมัดขาใส่รถไปทิ้งละมั้ง



ดีที่ ผู้ใหญ่ทางฟากรัฐ ไม่รู้ใครเหมือนกัน ออกมาห้ามทัพกันเอาไว้ก่อน ก็เลยแยกย้ายกันไป  แต่ก็กินเวลาหลายเดือน ที่ต้องเฝ้าเวรยาม ไม่หลับไม่นอน สวดมนต์ธรรมจักรกันเป็นหลายล้านรอบ 

พอพ้นปีนั้น การปกครองก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป รัฐก็ยุ่ง สร้างบ้านแปลงเมือง 
วัดก็ยุ่ง กับการที่คนไม่รู้มาจากไหน มุ่งมาดูวัด 

ส่วนมากก็มาถามว่า ผ่านมาได้ไง


ตอนนั้นคำนี้เลย  

นิ่ง...

หยุดใจ  นิ่งกาย...  

นิ่ง ก็เป็นการต่อสู้   ที่ต้องใช้ปัญญา และความอดทน

ถึงตรงนี้ หลวงปู่มักจะมีรอยยิ้ม ตาเป็นประกาย 


........................................
....................
.............
....


เอ.. วันนี้ฝันแปลกดีนะ  ไปล้างหน้า สวดมนต์ดีกว่า ฝันดีอย่างนี้

วิ.  8 สิงหา 59


วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ศึกสองนางพญา มด & ปลวก






ศึกสองนางพญา มด & ปลวก




ได้ดูสารคดีเรื่องหนึ่ง ที่เป็นเรื่องราวมดป่า กับปลวก ยกพวกห้ำหั่นกัน ทำได้ดีมาก คนพากย์ๆราวกับเข้าไปอยู่เป็นพวกปลวกด้วย




แม้ว่า มดจะห้าวหาญ เหมือนดั่งทหารป่า ยกพวกกัดกินสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ มาหลายครา สามารถคร่าชีวิต สัตว์มีพิษ ลากเอาไปเก็บเป็นเสบียง ตัวที่เป็นนางพญามีอำนาจเต็มก็สั่งการให้บุกลุยไปข้างหน้า ไม่สนใจว่าใครจะขวางทางอย่างไร เหล่ามดทหารก็ทำหน้าที่ขจัดเสี้ยนหนามใครขวางทางก็จัดการกวาดให้สิ้นซาก 

พญามดจัดการกับศึกใหญ่มาหลายครั้ง ศัตรูที่ว่าแน่ ก็ถึงกาลต้องทิ้งถิ่นหลีกหนีไปจนหมดสิ้น แม้ว่าบางตัวไม่ตาย แต่ก็ต้องอยู่อย่างลำบาก โดนจำกัดอิสระภาพดั่งปูขาหัก ที่เลี้ยงไว้ดูเล่น




ในเส้นทางที่พญามดผู้เริงอำนาจ จะจัดการกับผืนป่าทั้งแถบนี้ ยังมีชุมชนปลวก ผู้ไม่อยู่ภายใต้การชี้นำ อำนาจของพญามด ตัวปลวกอ่อนๆ ก็ช่างดึงดูดให้มดทหารนักล่า กระหายที่จะจัดการ



นางพญามดและกองกำลังองครักษ์

ปลวกสร้างรวงรัง จากการรวมพลังของประชากรปลวกผู้ที่ติดตามนางพญาปลวก มาสร้างรัง จนรังปลวกที่อยู่ใต้ดินใหญ่โตอลังการ ทะลุทะลวงกินพื้นที่ไปในบริเวณกว้างขวาง กระทั่งต่อยอดสู่ด้านบน เป็นช่อชั้นอลังการงานสร้าง อย่างกับสถาปนิกเอก ที่บรรจงสร้าง หอคอยอันสูงลิบลิ่วถ้าเทียบกับตัวปลวกแล้ว สูงนับหมื่นเท่าตัว




ในอาณาจักรปลวกก็ยัง มีห้องหับ เป็นช่อ เป็นชั้น มีทางเข้าออกดั่งป้อมปราการ



ภาพวาดจอมปลวก

นางพญาปลวกจะอยู่ ณ ตำแหน่งแห่งหนใดนั้น เป็นเรื่องความลับสุดยอดที่ ยากแก่การเข้าถึง




เมื่อกองทัพผู้รุกราน ทำการยึดพื้นที่ในบริเวณนั้นจนหมดสิ้น เถลิงอำนาจ เป็นเจ้าแห่งพื้นที่ ก็เหลือเพียงรังปลวกนี้เท่านั้น ขวางหน้าอยู่ เหมือนดังผงในตา




“ทหารรรรร” .... เสียงตวาดจากห้องนางพญามด “ไปจัดการมัน เอากฏหมายไปจัดการมันก่อน มันสร้างอะไรต่ออะไรขนาดนั้น มันต้องมีเรื่องเงินๆ ทองๆ บ้างแหละ”




นายทหารมดป่าหน่วยพิเศษ Dark Sting Idiot ถือคำสั่งจะบุกเข้าไปเจรจากับทหารปลวก แต่ทางปลวกแม้ไม่มีเขี้ยวเล็บอะไร ก็มีปัญญาพอจะทราบความต้องการของทหารมดได้




ทหารมดเจรจาไม่สำเร็จ ก็เร่งโหม เอากระแสสื่อ บอกไปทั่วทั้งป่าว่า พญาปลวกนั้น ทำความผิด ... ไม่ส่งลูกปลวกตัวน้อยๆ มาให้มดกินเป็นของขบเคี้ยว ใช้งบแผ่นดินมาสร้างรังด้วยปริมาณมหาศาล เกินกว่าความอิจฉาจะรับไหว สร้างแล้วก็อยู่กันพวกเดียวไม่แบ่งมด ภาษีก็ไม่เสีย

มดดด...รับไม่ได้




ดังนั้น เพื่อความยุติธรรม แบบมดมด ทั้งพ่อมด แม่มด พี่มด น้องมด จะต้องคืนความยุติธรรม เอารังปลวกมาให้จงได้




ประชากรมดเมื่อได้ทราบดังนั้นก็เห็นคล้อยตามว่า

มดถูกเสมอ

มดถูกต้อง

มดทำอะไรก็ไม่ผิด

เห็นควรเข้าไปหยิบเอาทุกอย่าง

ที่เป็นของปลวกมาซะให้หมด




เพราะปลวกทำอะไร ก็ต้องผิด ปลวกเอามาทำอะไรก็อร่อย




เรายึดได้ทั้งป่าแล้ว เราเขียนกฏของป่าว่า มดต้องกินปลวกได้ อย่างถูกต้อง เท่านั้น




ปลวกที่ไหน จะ Say Yes ก็มีแต่ Say No No No เท่านั้น




“ได้เลยไอ้พวกปลวก เมื่อไม่ยอมให้รับประทานดีๆ ก็ต้องใช้กำลัง ตามถนัด” มดป่าหน่วยพิเศษ Dark Sting Idiot กล่าวกันเสียงระงม




นางพญามดสั่งยกพวกทั้งหมดเท่าที่มี แบ่งเป็นระลอก มาทั้งแนวป่า เปลี่ยนพื้นหญ้าสีเขียวกลายเป็นสีดำ แสงสาดส่องกระทบตัวแวววาว เขี้ยวยาวของมดทหารที่มีแต่อาวุธ อารมณ์ฉุนเฉียว แต่ขาดปัญญา





มดอีกชุดเป็นชุดใกล้ชิด นางพญามด จะเรียกว่ามดทหารองครักษ์ก็ไม่น่าเกลียด แวดล้อมยกทัพนำตัวนางพญามาเองหวังยึดครองให้เบ็ดเสร็จ ปีนป่ายมาทางอากาศ จากต้นไม้ต่อตัวโรยมาสู่รังปลวกทางปล่องหายใจ




โรมรันพันตู ปลวกแม้จะไม่ใช่พวกที่ทำลายทำร้ายใคร แต่ก็สู้ด้วยทุกอย่างที่มี ปลวกไม่มีทางที่ให้ถอย




มีทางเลือกเพียงแค่ หากยอมแพ้มีแค่ตาย ไม่มีทางอื่น หากสู้ก็ยังมีทางรอดแม้ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้หมด แต่หากชนะก็จะเหลือผู้รอดอยู่


นางพญาปลวกและเหล่าองครักษ์


เพื่อเผ่าพันธุ์ เพื่อนางพญาปลวกอันเป็นที่รัก เป็นแม่ของเหล่าปลวกทุกตัวตน




ปลวกสู้ทั้งๆที่ไม่มีอะไร แต่ก็ยันกำลังของฝ่ายมดไว้ กว่าจะผ่านเข้ามาทีละชั้น ทีละชั้น ฝ่ายมดก็เสียกำลังไปไม่น้อย




ไอ้ที่คิดว่า ปลวกในอวย ชักไม่ใช่ ส่งไปเท่าไหร่ ไม่เสียชื่อเสียง ก็ตาย ไม่ว่าจะเป็นมดอ้วน  มดยาว มดป้อม  ก็กลับกลายเป็นมดเน่าเหม็นไปทั้งแผ่นดิน มดผีพนัน ที่ทำท่าเที่ยงธรรม ก็เอียงจนหูแนบพื้น ก็เสียรังวัด พูดอะไร ก็เอียงจนเอียน



เมื่อคำสั่งโจมตี ระลอกแล้ว ระลอกเล่ายังไม่เป็นผล เมื่ออดรนทนไม่ได้ ร้อนตัวร้อนใจ จ้องจะเอาชนะเพียงอย่างเดียว 



นางพญามดถึงกับออกโรงเอง สั่งให้องค์รักษ์พิทักษ์นางพญา เจาะผ่านทางปล่องอากาศ




ในขณะที่จวนเจียนจะถึงใจกลางของรังปลวกนั้น




มดลิขิตหรือ จะสู้ฟ้าลิขิต

อากาศที่แจ่มจ้าด้วยแสงแดด กลางฤดูร้อน ก็เกิดเมฆฝนกลุ่มใหญ่ตั้งขึ้นแล้ว ส่งน้ำไหลบ่ามาจากทุกทิศ ดั่งเขื่อนแตก ฝูงมดผู้รุกราน รวมทั้งมดที่โรยตัวต่อกัน ก็แตกกระสานซ่านเซ็น ดั่งกรรมสนองเหมือนคราที่เอาน้ำไล่ปู




นางพญามดขาดการติดต่อ กับทหารมดป่า ทัพก็ระส่ำระสาย ปลวกที่เกือบจะเพลี่ยงพล้ำหมดหนทาง ก็กลับมาเป็นฝ่ายรุกไล่




ที่สุด ผู้รุกราน ก็ต้องสิ้นอำนาจ สลายตัวไป กลายเป็นมดพิการ เป็นดินให้ปลวกเอามาสร้างรัง



ผู้ที่คิดทำร้ายทำลายผู้อื่น ในขณะที่มีอำนาจ กำลังล้นฟ้า ก็มักจะลืมเลือนว่า ยังอยู่ใต้กฏของธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมสลาย และกฏแห่งกรรมที่คอยสนองผู้ที่คิดร้ายทำลายผู้อื่นที่เท่าเทียมกัน 




หากทำความชั่วแล้ว สามารถยึดครองแผ่นดินนี้ไว้ได้ โลกเรานี้จะไม่มีที่แม้แต่ตารางนิ้วให้กับคนที่คิดดีพูดดีทำดี เพราะคนชั่วทุกยุคสมัยก็คิดแบบเดียวกัน คือยึดครอง ทำลาย เพื่อตนเองทั้งนั้น

แต่เพราะกฏแห่งกรรม ยังทำหน้าที่เสมอภาค ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เมื่อผลแห่งความชั่วส่งผล ย่อมมีความเดือดร้อน มีความฉิบหาย ไปในที่สุด




หยุดคิดสักนิดเถิด ณ วันนี้ยังมีลมหายใจ ก็เก็บไว้ใช้ทำความดีเถิด จะได้มีความดีติดตัวไว้ใช้ ในยามจำเป็น




อำนาจใดๆ ก็ไม่เที่ยงแท้ ย่อมเสื่อม สลาย หาย สูญสิ้นไป ตามกาลเวลา เมื่อมีอำนาจก็อย่าใช้ไปกับทางที่ชั่ว มัวเมาในอำนาจ แต่เอามาสร้างสรรค์ให้ ความดีคงความดี ความเที่ยงธรรม คงความเที่ยงธรรม




ปลวกฝากบอกมา..นะ มดนะ




วิ. 3 สค 59




สารคดีที่มาของเรื่องมดกันกัน มีสองตอน เชิญชมได้

สารคดีสงครามมด&ปลวก ตอนที่1

สารคดีสงครามมด&ปลวก ตอนที่2